ความหมายของหมู่บ้าน
เดิมชื่อว่าบ้านวังเหยียบกลอย   กลอยเป็นพืชล้มลุกอยู่ในตระกูลเผือกและมันเป็นรูปร่างกลมๆ   ใบมีลักษณะกลม   ลำต้นมีหนาม  ชอบขึ้นในที่ชื้น   หัวดิบเป็นพิษเบื่อเมา   แต่เมื่อทอด   นึ่งหรือต้มสามารถรับประทานได้   ในพื้นที่นี้มีกลอยมากจึงได้ชื่อว่าบ้านวังเหยียบกลอย   แต่ปัจจุบันเปลื่ยนชื่อเป็นบ้านวังอาบช้าง
ประวัติและความเป็นมา
เดิมมีครอบครัวที่อาศัยในหมู่บ้านนี้ครั้งแรกจำนวน  3  ครอบครัว  ต่อมามีชาวบ้านอพยกมาจากบ้านนาซ่าว  เข้ามาจับจองพื้นที่ทำไร่ทำนา  ต่อมามีประชากรเพิ่มมากขึ้นจึงได้ตั้งหมู่บ้านขึ้น
บ้านวังอาบช้างแต่เดิมชื่อบ้านวังเหยียบกลอย  เพราะพื้นที่แถวนั้นมีกลอยอยู่มาก  ชาวบ้านมักนำกลอยมาเหยียบที่ลานหินใหญ่ใกล้วังน้ำซึ่งเรียกว่าวังโพน  ชาวบ้านสามารถนำกลอยมารับประทานแทนข้าว   เหตุที่ได้ชื่อว่าบ้านวังอาบช้างเพราะว่า  พระยาศรีอรรคฮาดซึ่งเป็นเจ้าเมืองเชียงคานคนแรก  ได้ออกเดินทางมาเที่ยวป่าพร้อมบริวารและได้มาพักที่ริมหนองงน้ำแห่ง นี้ซึ่งวังน้ำมีความลึกสามารถนำช้างลงอาบได้เป็นจำนวนมาก   พระยาศรีอรรคฮาดจึงได้เปลี่ยนชื่อจากบ้านวังเหยียบกลอยเป็นบ้านวังอาบช้างตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาและมีผู้ใหญ่บ้านเรียงตามลำดับดังนี้
คนที่ 1   นายคำพอ  ภักดีลุน
คนที่  2  นายสิมมา  กำวัน
คนที่ 3  นายบิน    คำภาสัน
คนที่  4  นายชม  บุญมี
คนที่ 5  นายทา   สมบัติ
คนที่ 6  นายสมเพชร   สิมมา
คนที่ 7 นายอิทธิพล  หกสี    คนปัจจุบัน
อาณาเขตหมู่บ้าน
ทิศเหนือ                     ติดกับ   ภูเขาแก้ว  ตำบลเขาแก้ว  อำเภอเชียงคาน
ทิศใต้                          ติดกับ  บ้านนาป่าหนาด  ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน
ทิศตะวันออก             ติดกับ    บ้านตาดซ้อ  ตำบลเขาแก้ว  อำเภอเชียงคาน
ทิศตะวันตก               ติดกับบ้านนาเบน  ตำบลเขาแก้ว    อำเภอเชียงคาน
จำนวนครัวเรือน
จำนวน  76  ครัวเรือน
จำนวนประชากร
จำนวน  286  คน
สถานที่สำคัญ
ภูเขาแก้ว   ความหมายของชื่อและประวัติ   ภูเขาแก้วเป็นภูเขาทั้งลูก   ส่วนมากเป็นหิน   เหตุที่เรียกว่าภูเขาแก้วเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเมื่อก่อนมีถ้ำเป็นที่อาศัยของฤษีและบริวาร   ในวันขึ้น   15  ค่ำ จะมีดวงไฟสีสุกใสลอยออกมาจากปากถ้ำโตเท่าลูกมะพร้าว   ชาวบ้านจึงเรียกเขาลูกนี้ว่าภูเขาแก้ว
ซำจำปา   เป็นสถานที่ชมทิวทัศน์ที่สวยงามและเป็นสถานที่ที่ประกอบพีธีทำบุญขุนห้วยเพื่อขอให้ฝนฟ้าตกตามฤดูกาล